Posts Tagged ‘มะเร็ง’
สลัดเพิ่มข้าวแจสเบอร์รี่ป้องกันมะเร็ง ชะลอแก่ รวมทั้งโลว์แฟต
มะเร็ง อาหารหลักของบ้านเราคือ ข้าวขาวเม็ดสวย ที่รับประทานอร่อยถูกปากพร้อมด้วยอิ่มอยู่ท้อง ทว่าบางท่านฝืนใจต้องลดหรือเลิกข้าว เพราะว่าข้าวนั้นคือแป้ง รับประทานเข้าไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล รับประทานมากอาจทำให้อ้วน ลุกลามให้เกิดโรค[อื่นๆ|ต่างๆ}ตามมา ช่วงนี้มีข่าวดีเพื่อคนชอบรับประทานข้าวมาบอกกล่าว เหตุเพราะระยะนี้มีการพัฒนาข้าวชนิดใหม่ รสชาติเหมือนกับข้าวหอมมะลิ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสารอาหารต่างๆอาทิเช่น แร่ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามิน พร้อมด้วยเส้นใยอาหาร ทั้งยังประกอบด้วยดัชนีน้ำตาลภายในปริมาณต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้เจ็บป่วยเบาหวาน
ข้าวที่มีสรรพคุณดังกล่าวคือ ข้าวแจสเบอร์รี่ ซึ่งเป็นการตั้งชื่อขึ้นจากสิ่งที่นักพัฒนาดึงความเด่นออกมาประกอบด้วย แจสมินหรือข้าวหอมมะลิ พร้อมด้วยเบอร์รี่ ซึ่งเป็นกลุ่มของผลไม้ที่คับคั่งไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คุ้มกันมะเร็งพร้อมด้วยริ้วรอยก่อนวัยเพราะว่าข้าวแจสเบอร์รี่ ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารพิษสารเคมีทุกกระบวนการ แหล่งปลูกข้าวชนิดนี้อยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้านเรานี่เอง ที่วิจัยพัฒนาพร้อมด้วยขายข้าวแจสเบอร์รี่ บอกว่า ผู้ช่ำชองด้านอาหารจากหลายประเทศยอมรับข้าวแจสเบอร์รี่อย่างดี มะเร็ง
กระบวนการในการทำเริ่มจากแช่ข้าวภายในน้ำไว้ 1 คืน ต่อจากนั้นเติมเกลือแล้วนำไปหุงหรือต้มนาน 20 นาที หรือจนกว่าข้าวจะสุก ได้แล้วเฝ้ารอให้ข้าวระอุก่อนจึงนำไปปนกับสลัดได้ หันมาปรุงภายในส่วนของสลัด เพราะว่าในส่วนเกี่ยวกับน้ำสลัดให้นำน้ำส้มสายชูกลิ่นเชอร์รี่ มัสตาร์ด พร้อมด้วยน้ำตาล คลุกให้เข้ากันภายในชามผสม แล้วเติมหอมแดงสับ เกลือ พริกไทย ขั้นต่อไปตั้งกระทะเติมเนยจืด พอเนยเริ่มเดือดให้ใส่วอลนัท น้ำตาล คนให้เข้ากันพร้อมด้วยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ส่วนผักที่ใช้แบบผักกาดให้หั่นเป็นเส้นๆ แอปเปิ้ลเขียวปาดเป็นชิ้นบาง ได้แล้วนำองค์ประกอบทุกส่วนที่เตรียมมาใส่ชาม เติมบลูชีส เกลือพร้อมด้วยพริกไทยผสมอย่างเบามือสำหรับไม่ให้ผักช้ำเป็นอันสำเร็จ มะเร็ง
รับประทานเนื้อแดงแปรรูปมาก เพิ่มเสี่ยงโอกาสโรคมะเร็งตับอ่อน
มะเร็ง มกอช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อ้างถึงผลการวิจัยจากสวีเดนซึ่งได้รับการพิมพ์ข้างใน British Journal of Cancer พบว่าการกินเนื้อสัตว์แปรรูปข้างในปริมาณมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อนข้างในเพศชาย งานวิจัยดังกล่าวซึ่งได้รับเงินลงทุนสงเคราะห์จาก มูลนิธิมะเร็งแห่งสวีเดนและสถาบัน Karolinska ชี้เฉพาะว่า การกินเนื้อสัตว์แดงแปรรูป 50 กรัมแต่ละวัน หรือเสมอกันกับไส้กรอก 1 ชิ้น หรือว่าเบคอน 2 ชิ้น ได้โอกาสเพิ่มความเสี่ยงข้างในการเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน 19 % และกินเนื้อแดงแปรรูป 120 กรัมต่อวัน ได้โอกาสเพิ่มความเสี่ยงข้างในการเป็นมะเร็งตับอ่อน 29 % ข้างในเพศชาย เมื่อเทียบเคียงกับผู้ที่ไม่ได้กินเนื้อแดงแปรรูป มะเร็ง
ฝรั่งเศสออกคำสั่งผ่าออกซิลิโคนก่อมะเร็ง อย.ลุยสอบสต็อก
มะเร็ง สำนักข่าวต่างแดนรายงานว่า รัฐบาลประเทศฝรั่งเศสได้ตั้งกลุ่มกรรมการพิเศษขึ้นมาสำหรับตัดสินใจว่าจำต้องประกาศให้สตรีประมาณ 3 หมื่นคน ที่ประกอบด้วยซิลิโคนเสริมหน้าอก ที่ผลิตโดยบริษัทโพลีอิมแพลนท์ โปรธีส เข้ารับการผ่าตัดเอาออกหรือไม่ เนื่องมาจากเกรงว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ความกังวลในเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 18 เดือนที่แล้วหลังแพทย์สังเกตพบว่าซิลิโคนของพีไอพีที่นิยมใช้ภายในคลินิกเสริมความงามทั้งภายในประเทศฝรั่งเศส และต่างแดน เพราะมีราคาถูกนั้นแตกรั่วมากกว่ายี่ห้ออื่น จึงสั่งให้สหพันธ์ศัลยแพทย์ประเทศฝรั่งเศสตรวจพบว่า ซิลิโคนพีไอพีมีอัตราแตกรั่วสูงกว่าตราอื่นจริง มะเร็ง
คนที่เป็นมะเร็งที่ดีที่สุดคือ เลิกหรือกินเนื้อสัตว์น้อยลง
มะเร็ง เจริญเติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารกลุ่มเนื้อ จะสร้างภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปทานปลาจะเหมาะที่สุด รองลงไปคือทานไก่ แทนเนื้อพร้อมทั้งหมู ในเนื้ออาจประกอบด้วยยาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเติบโตในสัตว์ พร้อมทั้งเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนมีพิษมีภัย โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นมะเร็ง ที่เหมาะที่สุดคืองดหรือทานเนื้อสัตว์ลดลง เพราะจะเป็นเหตุให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอ มาใช้เล่นงานกำแพงสารโปรตีนที่หุ้มเซลล์ล์มะเร็ง พร้อมทั้งช่วยให้เซลล์ล์ของร่างกาย สามารถลบล้างเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87/
ไส้กรอกวันละชิ้นเสี่ยงมะเร็ง!
มะเร็ง โดยงานวิจัยทีนี้ส่งตรงมาจากสวีเดน ถ้ามีการทดลองพบว่า การทานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปเพียงวันละ 50 กรัมต่อวันก็สร้างความเสี่ยงได้ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปริมาณ 50 กรัมนั้นเทียบเท่ากับปริมาณของแฮมสไลด์ 1 ชิ้น หรือไส้กรอก 1 ชิ้น หรือเบคอนสไลด์บาง 1 ชิ้นอย่างเดียว ส่วนการทานเนื้อแดง เช่น เนื้อสเต็ก หรือเนื้อแนบกระดูกนั้นก็มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งให้กับเพศชายด้วยเหมือนกัน ไม่เพียงเท่านั้นหากเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ชนิด “รมควัน” แล้วล่ะก็ ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งตับอ่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 74 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87
มะเร็งจากยากำจัดแมลง
มะเร็ง ในบรรดายาปราบศัตรูพืชหรือยากำจัดแมลงที่มีมากมายหลายประเภทนั้น เจ้าตัวร้ายที่มีข่าวว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเป็นเจ้าสารออร์กาโนฟอสเฟต จากงานค้นคว้าทั้งข้างในไทยพร้อมทั้งต่างประเทศพบว่า การใช้พร้อมทั้งการสัมผัสยากำจัดแมลงมีความเกี่ยวข้องกับการปรากฏมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน มะเร็งสมอง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่น่าเป็นห่วงก็คือเด็กมีการเสี่ยงข้างในการพบสารตกค้างข้างในร่างกายได้มากกว่าผู้ใหญ่ จากผลสำรวจการใช้ยาปราบศัตรูพืชของเกษตรกรพบว่า สารเคมีที่กสิกรใช้มากเป็นที่หนึ่งร้อยละ 54 เป็นสารออร์กาโนฟอสเฟต ที่น่าเป็นห่วงสำหรับเกษตรกร http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87/
ความโอนเอียงมะเร็งเต้านมข้างในประเทศไทย
มะเร็ง องค์กรอนามัยโลกได้ประเมินผู้เจ็บป่วยมะเร็งเต้านม รายใหม่ในไทยไว้ว่าแค่ปี 2553 นี้จะมีผู้เจ็บป่วยรายใหม่ประมาณ 13,000 ราย พร้อมกับมีแนวโน้มตัวเลขมากขึ้นทุกปี นี่ยังไม่รวมปริมาณผู้เจ็บป่วยรายเก่าที่อยู่ระหว่างการรักษาจึงถือเป็นมะเร็ง ที่เอาชีวิตสตรีมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ภัยร้ายของสตรีที่ป้องกันพร้อมกับเยียวยารักษาได้หายแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการรักษาด้านการแพทย์ที่มีความสามารถสูงในสมัยปัจจุบัน การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีทั้งทางร่างกายพร้อมกับจิตใจ จะหมายถึงทางออกที่ดีที่สุดในการอยู่กับมะเร็งร้ายได้แบบมีความสุขพร้อมกับมีคุณลักษณะชีวิตที่ดี http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87
สารก่อมะเร็งที่ทดสอบกันแล้วว่าเป็นของจริงแน่ๆ
มะเร็ง กรณีที่ระบบควบคุมปกป้องมะเร็งของร่างกายเกิดปัญหา เช่น เจ้าตัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออาจมีการถ่ายทอดกรรมพันธุ์เอื้อให้เป็นมะเร็งได้ง่าย ก็จะเจอเป็นโรคมะเร็งกลุ่มเดียวกันได้หลายคนข้างในครอบครัวอีกกรณีคือ ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็ง (carcinogen) จากสิ่งแวดล้อม สารก่อมะเร็งจะคือตัวการแผ้วพานขั้นตอนแยกเซลล์ตามธรรมชาติ ให้งงได้ เซลล์ใหม่ที่วางตนเป็นเด็กเกเรไม่เชื่อข้อบังคับของร่างกาย มันจะเพิ่มปริมาณขึ้นฉับพลัน ยิ่งได้รับการปลุกเร้าจากสารก่อมะเร็งอยู่เสมอ เซลล์กลุ่มนี้ยิ่งหน้าตาดูเถื่อนขึ้นจนแปรไปเป็นเซลล์มะเร็งไปในที่สุด สารก่อมะเร็งที่ชี้กันแล้วว่าเป็นของจริงแน่ๆ ก็ เช่น ควันบุหรี่, แสงUV, เชื้อไวรัสบางประเภท เป็นต้น
โรคเหงือกอาจคือปัจจัยสร้างความเสี่ยงทางด้านการเป็นมะเร็ง
ท่านที่มีประวัติเคยเกิดโรคเหงือกมีโอกาสเพิ่มขึ้น 14% ที่จะเกิดมะเร็ง เมื่อเทียบกับท่านที่ไม่เคยเกิดโรคเหงือก ท่านที่เกิดโรคเหงือกยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 ที่จะเกิดมะเร็งปอด สูงขึ้นเกือบจะ 50% ที่จะเกิดมะเร็งตับ และเพิ่มขึ้นในปริมาณเดียวกันที่จะเกิดมะเร็งตับอ่อน รวมถึงมีโอกาสเพิ่มขึ้น 30% ที่จะเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพราะอะไรโรคเหงือกจึงอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเจ็บไข้ต่างๆ ท่านที่เกิดโรคเหงือกมีสารเคมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่การอักเสบอาจปรากฏในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ บางทฤษฎีก็ว่าแบคทีเรียที่ส่งผลให้เป็นโรคเหงือกอาจก่อปัญหาในที่ต่างๆเหมือนกัน อย่างไรก็ตามผู้วิจัยบอกให้ทราบว่า อาจมีความเป็นได้อยู่เหมือนกันว่าการเป็นโรคเหงือกยาวนาน เป็นเหตุให้เกิดความแปรผันในระบบภูมิต้านทานซึ่งเป็นเหตุให้มะเร็งเติบโต หรือว่าแบคทีเรียจากเหงือกอาจเป็นสาเหตุ โดยตรงทางด้านมะเร็ง ภายในเนื้อเยื่อของปากหรือว่าลำคอเมื่อถูกกลืนเข้าไป แม้กระนั้นผู้วิจัยไม่ได้แนะนำให้ผู้เป็นโรคเหงือกกุลีกุจอไปสำรวจหามะเร็งทันทีทันควัน สิ่งที่ควรทำคือไปหาหมอฟัน หมอฟันถูกฝึกสอนให้ตรวจสอบพบมะเร็งภายในช่องปาก และมีความตระหนักเยอะขึ้นว่าโรคเหงือกส่งผลต่อสุขภาพอนามัยในเรื่องต่างๆด้วย หมอฟันจึงพร้อมจะส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการโรคเหงือกขั้นรุนแรงแม้ผู้ป่วยรายนั้นดูมีสุขภาพอนามัยดีก็ตาม “โรคเหงือกเยียวยารักษาได้และป้องกันได้ เราควรไปพบหมอฟันอย่างสม่ำเสมอ
มะเร็ง
มะเร็งกล่องเสียงระยะต้น หลังการเยียวยารักษาสามารถออกเสียงกับคนอื่นได้
แม้เป็น มะเร็งกล่องเสียงที่มิใช่ขั้นต้นการรักษามักประกอบด้วยการผ่าตัด และฉายแสง หรือว่าเคมีบำบัดร่วมด้วยซึ่งการผ่าตัดนั้น โดยมากต้องตัดกล่องเสียงออก (บางส่วนหรือว่าทั้งหมด) และตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอออกด้วย (หากมีต่อมน้ำเหลืองโต) หลังจากการรักษาพยาบาลพบว่าผู้ป่วยมะเร็ง โดยมากไม่อาจออกเสียงพูดได้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด) ทำให้ระยะพักฟื้นภายหลังได้รับการผ่าตัดนั้นผู้ป่วยมะเร็ง จึงต้องติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการเขียน ยิ่งไปกว่านั้นการฉายแสงยังทำให้เยื่อบุภายในคอแห้ง น้ำลายเหนียวกว่าปกติ ผู้ป่วยจึงต้องคอยซดน้ำอยู่ร่ำไป มะเร็ง

